คุณสมบัติของรถเข็นเด็กที่มีคุณภาพ


รถเข็นเด็ก

ผู้ปกครองหลายคนให้ความสนใจในการเลือกซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับลูกรัก ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นเด็ก รถที่ใช้ในการช่วยเดินให้แก่เด็ก เปลไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งของหรือสินค้าใดที่ขึ้นชื่อว่าเหมาะสำหรับเด็กอยู่จะต้องมีคุณสมบัติที่ควรคำนึงถึงอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 

  1. จะต้องเป็นสินค้าที่มีความปลอดภัยหากมีการใช้อิเล็กทรอนิกส์หรือไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องได้รับการรองรับมาตรฐานสูงที่สุดมีการป้องกันการลัดวงจรและการรั่วไหลของไฟฟ้ามาสู่ตัวเด็กได้อย่างรัดกุม เราไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ แก่อวัยวะหรือร่างกายของลูกน้อยได้ 
  1. เป็นสินค้าที่ไม่มีส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือได้รับบาดเจ็บต่อร่างกายได้ เช่น ไม่มีส่วนมีคมหรือส่วนใดส่วนหนึ่งที่แหลมคมโผล่ยื่นออกมาจากอุปกรณ์สำหรับเด็ก 
  1. สีสันของเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับเด็กก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกเช่นเดียวกัน เนื่องจากในเด็กเล็กมักจะชอบสีสันสดใสสีโทนอ่อนไม่เข้มมากจนเกินไป จนไปรบกวนระบบการมองเห็นของเด็กเล็กได้ เนื่องจากในเด็กเล็กยังมีสายตาในการมองเห็นที่ยังไม่แข็งแรงมากพอ การใช้สิ่งของที่มีสีสันเข้มโทนสะท้อนแสงหรือสีที่ดูรุนแรงอาจจะเป็นสีที่ไม่เหมาะกับเด็กกับเด็กมากนัก ควรเลือกใช้สีที่อ่อนโยน ช่วยกระตุ้นเซลล์การรับภาพและการรับสีให้กับตาของลูกหรือมีการเลือกลวดลายที่น่ารัก นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการให้กับเด็กได้อีกด้วย 
  1. นอกจากการเลือกสีให้เหมาะสมแล้วนั้น สินค้าชนิดนั้นจะต้องมีการใช้สีที่มีคุณภาพ เป็นสีที่ปลอดภัยไม่หลุดล่อนได้ง่าย ซึ่งในเด็กเล็กมักจะชอบนำสิ่งของต่าง ๆ เข้าปาก หากผู้ปกครองมีการเลือกใช้สีที่อันตรายหรือไม่ได้คัดกรองซื้อ อาจทำให้ลูกได้รับสารเคมีหรือสารปนเปื้อนจากสีที่เคลือบอยู่บนเครื่องใช้ต่าง ๆ ได้ 
  1. การเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งานและวัยของลูก โดยเฉพาะในรถเข็นเด็ก ที่ผู้ปกครองนำมาใช้งานในการพาบุตรหลานในวัยทารกเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งรถเข็นเด็กส่วนใหญ่นิยมหันหน้าเด็กไปทิศทางเดียวกันกับการเคลื่อนที่ ทำให้ท่านผู้ปกครองอาจมองไม่เห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกน้อยได้เลย ซึ่งมีโอกาสที่เด็กเล็กอาจจะนำของเล่นเข้าปากหรือเกิดสภาวะที่คาดเดาไม่ได้ เช่น การอาเจียนหรือการขับถ่ายของลูก ดังนั้นในกรณีเด็กเล็กอาจเลือกรถเข็นเด็กที่มีการหันหน้ามาหาตัวผู้ปกครองแทน เพื่อให้อยู่ในสายตาของผู้ปกครองตลอดเวลาและหากลูกเติบโตขึ้นเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้ได้และสามารถเข้าใจกับคำเตือนของผู้ปกครองได้แล้ว ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนสไตล์ของสิ่งของต่อไปในภายหลังให้เหมาะสมกับการรับรู้และการใช้งานจึงจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด 

Leave a Reply

Your email address will not be published.